แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อร่อย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อร่อย แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

วิธีการการทำขนมไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา


ขนมไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา ความเป็นมาในสมัยกรุงศรีอยุธยามีการเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับต่างประเทศทั้งชาติตะวันออกและตะวันตกโดยมีความสัมพันธ์ทั้งทางด้านการการทูต การทหาร การค้าขาย และขนบธรรมเนียมประเพณี  คนไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยารับเอาวัฒนธรรมด้านอาหารของชาติต่างๆ มาดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ เครื่องมือเครื่องใช้ วัตถุดิบที่หาได้ ตลอดจนนิสัยการบริโภคของคนไทยเอง จนทำให้คนรุ่นหลังเกือบจะจำแนกไม่ได้ว่าขนมไทยแท้ๆคือขนมประเภทใด  และขนมอะไรที่ดัดแปลงมาจากต่างชาติ  เช่น ทองหยิบ ทองหยอดและฝอยทองเป็นขนมที่ดัดแปลงมาจากอาหารของชาวโปรตุเกส  โดย   " มารี กีมาร์ "  ภริยาของ  คอนสแตนติน ฟอลคอน (เจ้าพระยาวิชาเยนทร์)  เป็นผู้นำมาเผยแพร่  ดังนั้นการเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของขนมไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา  จึงเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่จะทำให้เยาวชนรุ่นหลังได้เกิดจิตสำนึก  รักความเป็นไทย ภาคภูมิใจในความเป็นคนกรุงศรีอยุธยา

วัตถุประสงค์
1. เพื่อทราบประวัติความเป็นมาของขนมไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา
2. เพื่อเรียนรู้วิธีการในการทำขนมไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา
3. เพื่อสืบสานวัฒนธรรมการดำรงชีวิตตามวิถีความเป็นคนกรุงศรีอยุธยา

ขั้นตอนการดำเนินงาน
1. ศึกษาประวัติความเป็นมา  ชนิด ประเภท ของขนมไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา
2. จำแนกประเภทของขนมไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา
2.1 ขนมที่มีส่วนผสมของไข่
- ฝอยทอง
- ทองหยิบ
- ทองหยอด
- สังขยา
2.2 ขนมที่มีส่วนผสมของแป้ง ข้าว มะพร้าว
- ข้าวตู
- ข้าวตัง
- ทองม้วน
- ขนมผิง
3. สืบค้นแหล่งเรียนรู้  ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้เป็นผู้ถ่ายทอดวิธีการทำ
4. เชิญวิทยากรท้องถิ่นมาให้ความรู้แก่นักเรียน
5. ฝึกปฏิบัติจริง


ผลที่ได้รับ/ ประโยชน์
1. นักเรียนทราบประวัติความเป็นมาของขนมไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา
2. นักเรียนเรียนรู้วิธีการในการทำขนมไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา
3. เป็นการสืบสานวัฒนธรรมการดำรงชีวิตตามวิถีความเป็นคนกรุงศรีอยุธยา
4. สามารถนำไปเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพได้

แหล่งเรียนรู้/ ภูมิปัญญาท้องถิ่น
แหล่งเรียนรู้               ผันขนมหวานตลาดบ้านแพน
ภูมิปัญญาท้องถิ่น นางพันธุ์สุธี  ภาศักดี

ครูผู้สอน
นางวาสนา  กลิ่นบำรุง         ครูชำนาญการพิเศษ (งานบ้าน) โรงเรียนวัดกระโดงทอง
                                    (พิบูลประสิทธิ์)
ผู้อำนวยการ นางดวงตา  แหลมหลัก

ขนมฝอยทอง

ฝอยทองเป็นยองใย
เหมือนเส้นไหมไข่ของหวาน
คิดความยามเยาวมาลย์
เย็บชุนใช้ไหมทองจีน ๚

กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ฝอยทอง (โปรตุเกส: fios de ovos) เป็นขนมโปรตุเกส ลักษณะเป็นเส้นฝอยๆ สีทอง ทำจากไข่แดงของไข่เป็ด เคี่ยวในน้ำเดือดและน้ำตาลทราย ชาวโปรตุเกสใช้รับประทานกับขนมปัง กับอาหารมื้อหลักจำพวกเนื้อสัตว์ และใช้รับประทานกับขนมเค้ก  โดยมีกำเนิดจากเมืองอาไวโร่ (โปรตุเกส: Aveiro) เมืองชายฝั่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศโปรตุเกส


ขั้นตอนการทำ
เครื่องปรุง
1. ไข่เป็ด 25  ฟอง
2. น้ำตาลทรายขาว   3  กิโลกรัม

วิธีทำ
1. เตรียมน้ำเชื่อมโดยใช้น้ำตาลทรายขาว 3  กก.  ใส่ในกระทะทองเหลือง

2. นำไข่ 1 ฟอง แยกไข่ขาวออกจกไข่แดง  ขยำไข่ขาวในน้ำตาลทรายเติมน้ำพอท่วมน้ำตาล  นำขึ้นตั้งบนเตาเคี่ยวจนน้ำตาลละลาย  รอจนฟองในน้ำเชื่อมหมด  ยกลงแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง

3. เตรียมไข่เป็ด 25  ฟอง  ช้อนไข่น้ำค้างไว้ หนึ่งถ้วย  แล้วแยกไข่ขาวออกจากไข่แดงให้หมด  แล้วผสมด้วยไข่น้ำค้าง 1 ถ้วยที่เตรียมไว้

4. กรองด้วยผ้าขาวบาง  จะได้เนื้อไข่แดงล้วน ๆ

5. นำน้ำเชื่อมที่เตรียมไว้ใส่ลงในกระทะทองเหลือง  ตั้งไฟให้เดือด ใข้ไฟปานกลาง  สังเกตน้ำเชื่อมเดือดเฉพาะตรงกลางเท่านั้น

6. ตักไข่แดงใส่กรวย  โรยเป็นวงโดยรอบจนหมดกรวย

7. เติมน้ำสะอาดลงในกระทะเล็กน้อย  ใช้ไม้แหลมช้อนเส้นฝอยทองขึ้น  ส่ายไปมาในน้ำเชื่อม 2-3 ครั้งเพื่อให้เส้นเรียบ   แล้วนำมาวางในถาดที่เตรียมไว้  จัดแต่งให้สวยงาม

การถนอมอาหารของชาวกรุงศรีอยุธยา

คนไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยามีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย  มีวัฒนธรรมการกินอยู่ที่เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่  มีการดัดแปลงจัดเก็บอาหารที่มีอยู่ให้สามารถเก็บไว้ได้เป็นเวลานาน  แม้ในยามศึกสงครามก็สามารถมีอาหารเลี้ยงครอบครัวจนกว่าภาวะสงครามนั้นจะหมดไป  วัฒนธรรมการถนอมอาหารของชาวกรุงศรีอยุธยาที่สืบทอดกันมามีมากมาย เช่นการถนอมอาหารโดยวิธีตากแห้ง  ซึ่งสามารถทำได้ทั้งอาหารหวานและอาหารคาว

การถนอมอาหารโดยวิธีตากแห้ง เป็นกระบวนการลดน้ำ หนักของอาหารทำให้อาหารมีน้ำหนักเบาขึ้น โดยใช้ตัวกลางทำหน้าที่ถ่ายเท ความร้อนจากบรรยากาศไปสู่อาหารที่มีความชื้นอยู่โดยวิธีใดวิธีหนึ่ง แล้วรับ ความชื้นจากอาหารระเหยไปสู่บรรยากาศภายนอกอาหาร ทำให้อาหารมี ความชื้นลดลงไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดแห้งเป็นอาหารแห้ง โดยทั่ว ๆ ไปอากาศ จะมีบทบาทสำคัญ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการถ่ายเทความร้อนและความ ชื้นดังกล่าว หลักเกณฑ์การถนอมอาหารตากแห้งคือ จะต้องลด ยับยั้ง และป้องกันปฏิกิริยาทางเคมีทั้งหลายและการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ทุกชนิด เพื่อให้ได้อาหารตากแห้งที่เก็บได้นาน ไม่บูดเน่าเพราะการเจริญเติบโตของ จุลินทรีย์

ข้าวตู  เป็นอาหารชนิดหนึ่งที่เป็นผลมาจากการถนอมอาหารโดยการตากแห้ง  เมื่อข้าวสุกที่รับประทานเหลือ  คนในสมัยกรุงศรีอยุธยาจะไม่ทิ้ง  แต่จะนำมาตากแห้งเก็บไว้  เมื่อมีจำนวนมาก ก็จะนำมาแปรรูปเป็นได้ทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน  ใช้รับประทานในยามปกติหรือเป็นเสบียงในยามเกิดศึกสงคราม

ข้าวตู .

เครื่องปรุง

ข้าวสุกตากแห้ง 250 กรัม
น้ำตาลมะพร้าว 250 กรัม
น้ำกะทิ 50 กรัม
มะพร้าวขูดฝอย 300 กรัม
เทียนอบ

วิธีทำ

1. นำข้าวสุกไปตากให้แห้ง ถ้าตากแล้วไม่แห้งดี
สามารถนำไปอบได้เมื่อแห้งดีแล้วนำไปคั่วทีละน้อย โดยใช้ไฟอ่อนๆ เสร็จแล้วนำไปโม่บดให้ละเอียด

2.ตั้งกระทะทองเหลืองบนไฟอ่อนๆใส่กะทิน้ำตาลมะพร้าวมะพร้าวขูดฝอย
    ลงไปเคี่ยวจนกระทั่งส่วนผสมข้นเหนียว

3. ใส่ผงข้าวคั่วลงไปในกระทะและกวนต่อจนเหนียวพอปั้นได้ ปิดไฟ ทิ้งไว้ให้หายร้อน

4.อัดส่วนผสมใส่แบบที่เตรียมไว้จากนั้นนำไปอบควันเทียนให้หอมเสิรฟรับประทานได้ทันที หรือเก็บ ใส่ภาชนะมิดชิดเก็บไว้รับประทานภายหลังได้

ขนมไทย ขายขนมเบื้องไทย


ขนมไทย ขายขนมเบื้องไทย  สูตรขนมไทย  เรียนทำขนมไทย  สอนทำขนมไทย อร่อย,

ขายขนมเบื้องไทย
เงินลงทุน
ครั้งแรกประมาณ 9,000-10,000 บาท (เตาแก๊สชนิดที่มีกระทะสี่เหลี่ยมผืนผ้าติดมาด้วย ราคาประมาณ 4,000 - 5,000 บาท  รถเข็น 4,000 บาท)
รายได้
ประมาณ 500 บาทขึ้นไป/วัน
วัสดุ/อุปกรณ์
เตาแก๊สพร้อมกระทะทำขนมเบื้อง กระจ่า (ใช้ละเลงแป้ง)  เหล็กโป๊ว (ใช้แซะขนมเบื้อง)  กะละมัง  ที่ตีไข่หรือส้อม  ถุง

แหล่งจำหน่ายอุปกรณ์

ร้านจำหน่ายอุปกรณ์การทำอาหารและขนม  เช่น  ย่านกล้วยน้ำไท เว้งนครเขษม  คลองเตย

วิธีทำ

ส่วนผสมแป้ง

แป้งข้าวเจ้า           3              ถ้วยตวง                                 ถั่วเขียวป่นละเอียด              1              ถ้วยตวง
ไข่ไก่                      2             ฟอง                                        น้ำปูนใส                               2             ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย          ½             ถ้วยตวง
วิธีทำ
นำแป้งข้าวเจ้า ถั่วเขียวคั่วป่น น้ำตาลทรายและไข่ไก่มาผสมรวมกัน จากนั้นเติมน้ำปูนใสลงในแป้ง  ค่อยๆ นวดแป้งพร้อมกับทยอยเติมน้ำปูนใสทีละน้อยจนแป้งเข้ากับส่วนผสมอื่นเป็นเนื้อเดียวกัน  ใช้เวลานวดประมาณ 10 นาที แล้วจึงเติมน้ำปูนใสที่เหลือจนหมดคนให้เข้ากัน
ส่วนผสมหน้าน้ำตาล (ครีมขาว)
ไข่ขาวของไข่เป็ด                1   ฟอง น้ำตาลปี๊บ             4              ขีด
วิธีทำ
นำไข่ขาวผสมกับน้ำตาลปี๊บ ใช้ที่ตีไข่หรือส้อมตีส่วนผสมให้เข้ากันจนส่วนผสมมีสีขาวลักษณะคล้ายครีม เป็นอันใช้ได้

ส่วนผสมไส้เค็ม

รากผักชีหั่นฝอย                  1             ช้อนโต๊ะ               กระเทียม                             5             กลีบ
พริกไทยป่น                          1           ช้อนชา                  มะพร้าวขูดขาว                  1              ถ้วยตวง
เกลือป่น                                2             ช้อนชา                  น้ำตาลทราย                         4 - 5      ช้อนโต๊ะ
กุ้งสดสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ½  ถ้วยตวง สีผสมอาหารสีส้มพอประมาณ
น้ำมันพืชเล็กน้อย

วิธีทำ

1.      นำรากผักชีหั่นฝอย  กระเทียม  และพริกไทยป่น  โขลกรวมกันจนละเอียด
2.      นำกระทะตั้งไฟ  ใส่น้ำมันเล็กน้อยจนน้ำมันร้อนพอเห็นควันขึ้นขาว   แล้วจึงนำส่วนผสมข้อ 1. ลงผัดจนสุกหอมได้ที่
3.      ใส่มะพร้าวขูดขาวและกุ้งสดสับลงไปผัดรวมกันในกระทะจนสุก เติมสีผสมอาหารสีส้มพอให้เกิดสีสวยพอน่ารับประทาน
4.      ปรุงรสด้วยเกลือป่นและน้ำตาลทราย  แล้วตักขึ้นจากกระทะใส่ภาชนะ  พักไว้
ส่วนผสมไส้หวาน
ฝอยทอง                                                2             ถ้วยตวง
งาขาว                                                     ½            ถ้วยตวง
มะพร้าวแก่ขูดฝอยเป็นเส้นยาว        2             ถ้วยตวง
วิธีทำขนมเบื้อง
1.      ใช้กระจ่าตักแป้งที่เตรียมไว้ละเลงลงบนกระทะ โดยบี้แป้งให้เป็นวงกลมแบน เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว  รอจนแป้งสุกขาว
2.      ใช้กระจ่าตักหน้าน้ำตาลพอประมาณทาบนแผ่นแป้ง  โดยวนให้อยู่รอบ ๆ ขอบแผ่นแป้ง
3.      เมื่อหน้าน้ำตาลร้อนจนเดือดเป็นฟองอากาศ  จึงตักไส้เค็มใส่ลงไปและเด็ดใบผักชีใส่สัก 1 ใบ  ส่วนไส้หวานให้ตักฝอยทอง  งาขาวและมะพร้าวขูดฝอยเป็นเส้นใส่ลงไปพอประมาณ
4.      เมื่อแป้งเริ่มเกรียมกรอบให้แซะแป้งขึ้นพับครึ่งวงกลมใส่ถุงหรือกล่องกระดาษขาย
ตลาด/แหล่งจำหน่าย
ตลาด  ย่านชุมชน  หน้าสถานที่ทำงาน  หรือติดต่อฝากขายในมินิมาร์ทหรือซูเปอร์มาเก็ต (โดยแพ็คใส่กล่อง)
สถานที่ฝึกอบรม
1.      สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลักเกษตรศาสตร์ โทร. 579-2294,942-8460 ต่อ  219 - 222
2.      สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล  วิทยาเขตโชติเวช  โทร. 282-8531-2, 281-0545
ข้อแนะนำ
1.      ต้องผัดส่วนผสมของไส้เค็มให้แห้ง  หากไม่แห้งเมื่อตักใส่แป้งจะทำให้แป้งเหนียวไม่กรอบ
2.      ต้องละเลงแป้งให้บาง  เพื่อความน่ารับประทาน  และทำให้ได้จำนวนมากขึ้น
3.      อัตราส่วนดังกล่าวข้างต้นสามารถทำขนมเบื้องได้ 700 - 800 ชิ้น

ที่มา : กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน

ธุรกิจขนมไทย สาลี่กรอบ


ธุรกิจขนมไทย(สาลี่กรอบ)
สาลี่กรอบ
ส่วนผสม
วิธีการทำ

1.       แป้งสาลี  1  ถ้วยตวง
2.       กะทิข้น ๆ  2  ถ้วยตวง
3.       น้ำตาลทราย  2  1/2   ถ้วยตวง
4.       ไข่ไก่  3  ฟอง
5.       น้ำดอกไม้  1  1/2   ถ้วยตวง
1.       ผสมน้ำตาลทราย  2  1/2   ถ้วยตวง  กับกะทิลงในกระทะ ทอง   ต้มให้เดือดแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง   เมื่อกรองแล้ว เทกกลับลงในกระทะทอง   เคี่ยวจนข้นเป็นยางมะตูมเทลง ในชามผสมพักไว้ให้เย็น
2.       ตีไข่ให้ขึ้นฟูจนตั้งยอด   จึงใส่แป้งลงเคล้าเบา ๆ สลับกับ กะทิที่ต้มไว้   โดยแบ่งแป้งเป็น  3  ส่วน   กะทิ  2  ส่วน
3.       เทขนมลงพิมพ์ที่ทาน้ำมันไว้แล้ว
4.       นำเข้าอบที่  350   องศาฟาเรนไฮท์จนสุกหน้าเหลืองสม่ำ เสมอดีแล้ว  นำออกจากเตา พักไว้จนเย็นสนิท  จึงนำออก จากพิมพ์ ตัดเป็นชิ้นตามชอบ

กลเม็ดเคล็ดลับ
 - สาลี่กรอบสามารถอบในพิมพ์ใหญ่แล้วตัด หรือจะอบในพิมพ์ เล็ก ๆ ก็ได้   แต่เนื้อขนมจะแห้งกว่าใช้พิมพ์ใหญ่
-   สาลี่กรอบที่ดีผิวหน้าจะเหลือง   เนื้อจะนุ่ม  ค่อนข้างเหนียว แต่ผิวหน้าจะกรอบ รสหวาน



วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554

ขาย ขนมไทย ขนมกลีบลำดวน บ้านบุนนาค

ขาย ขนมไทย ขนมกลีบลำดวน บ้านบุนนาค
ขาย ขนมไทย ขนมกลีบลำดวน บ้านบุนนาค ขนมไทยมีมากมายหลากหลายสูตร แต่ละแห่งล้วนมีรสชาติอร่อย เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ขนมกลีบลำดวน  ก็เช่นเดียวกัน ขนมของที่นี่ ลักษณะจะเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ไม่แข็ง ไม่มีรอยร้าว ไม่มีรอยไหม้ นิ่มนวล และสวยงาม







ขายขนมไทย ขนมกลีบลำดวนขนาดกลาง บ้านบุนนาค
ประวัติของขนมกลีบลำดวน
พัฒนาและปรับปรุงสูตรเองเริ่มต้นโดยคุณแม่ของคุณยายทำทานเองในครอบครัวและญาติ จนคุณยายมาปรับสูตรและทำต่อ 
ขณะนี้เข้าสู่รุ่นคุณป้า


ต่อมาเริ่มมีคนที่ได้ชิมมาติดต่อขอซื้อ และเริ่มมีคนติดต่อเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำเป็นกิจการหลักของบ้าน
เคยมีท่านหนึ่งถามว่าขนมดียังไง ทำไมถึงจะมีคนมาซื้อถึงบ้าน จะมีคนมาซื้อถึงบ้านได้อย่างไร ณ.ตอนนั้นผมตอบไม่ได้ แต่เข้าใจ ว่าทุกอย่างเป็นไปได้ และแล้ว วันนี้ก็เกิดขึ้น วันที่ ทุกๆท่านเดินทางเข้ามาซื้อขนมถึงที่บ้าน


ในโลกอินเตอร์เน็ตเป็นที่รู้จักมากขึ้นในหมู่ผู้ใช้งาน facebook
http://www.facebook.com/LumduanCookies

ขนมกลีบลำดวนบ้านบุนนาค 52/12 ซ.ต้นสน ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทร.0-2252-1605